สมบูรณ์ ครบธีรนนท์, ผู้จัดการบริษัทวีซ่า, ประจำประเทศไทย, มอบแคมเปญสุดพิเศษให้ผู้ สมัครบัตร visa และผู้ถือบัตรวีซ่า เดบิต เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้บัตรเดบิตแทนเงินสด ในครั้งนี้จากการร่วมมือกับ 8 ธนาคารหลักในประเทศไทย เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยาBig c ,ROBINSON,Watsons,dtac,SWENSENS
          หลังจากที่แคมเปญ วีซ่า เดบิต รีวอร์ด ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคในปีที่ผ่านมา ปีใหม่นี้ วีซ่าได้ออกโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้บัตร วีซ่า เดบิตล่าสุด โดยร่วมมือกับร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภครู้จักและ หันมา สมัครบัตร visa ใช้บัตร วีซ่า เดบิตแทนการใช้จ่ายด้วยเงินสดมากขึ้น
          แคมเปญวีซ่า เดบิต รีวอร์ดใหม่นี้จะช่วยส่งเสริมนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในการรณรงค์ให้ ผู้บริโภคหันมาชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด
          คุณสมบูรณ์ ครบธีรนนท์, ผู้จัดการบริษัทวีซ่า, ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยพันธะของวีซ่าที่มีต่อผู้บริโภคและระบบเศษฐกิจของประเทศไทย การใช้บัตรวีซ่า เดบิตจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถได้รับประโยชน์และสิทธิพิเศษจากการใช้จ่ายผ่านบัตร แคมเปญวีซ่า เดบิต รีวอร์ดใหม่นี้ยังเป็นการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังช่วยสร้างความรับรู้ของผู้บริโภคและผู้ที่ต้องการ สมัครบัตร visa ถึงคุณประโยชน์ ความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยของบัตรวีซ่า เดบิตอีกด้วย”
          “โปรแกรม วีซ่า เดบิต รีวอร์ด 2012 เป็นการรวมพลังของบริษัทและห้างร้านชั้นนำของประเทศประกอบด้วย บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้าทุกสาขา,ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ดีแทค,วัตสันและสเวนเซ่นส์ ด้วยพันธมิตรที่ร่วมแคมเปญในครั้งนี้ได้แสดงถึงการที่ระบบธุรกิจหลากหลายได้ ให้ความสำคัญกับบัตรชำระเงินเดบิต”
          “เป็นเวลา12ปีมาแล้วที่วีซ่ามุ่งมั่นในการสร้างความรับรู้ให้ผู้บริโภค สนใจการใช้บัตรวีซ่า เดบิตในการจับจ่ายใช้สอย แทนการถอนเงินสด ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงแก่ผู้บริโภคและเศษฐกิจของประเทศ แน่นอนเลยว่าการใช้บัตรเดบิตแทนเงินสดเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด” คุณสมบูรณ์กล่าวเสริม
          นอกจากเรื่องของความสะดวกสบายและได้รับของสมนาคุณเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร เดบิต อีกหนึ่งคุณประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับคือด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคล เนื่องจากผู้ใช้บัตรสามารถตรวจสอบรายการการใช้จ่ายของตนในแต่ละเดือนได้ ทั้งนี้วีซ่ายังคุ้มครองผู้บริโภคด้วยโปรแกรม วีซ่า ซีโร ไลอะบิลิตี้ หรือการคุ้มครองผู้ สมัครบัตร visa และผู้ที่ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อค่าเสีย หายหากเกิดการโจรกรรมทางบัตรขึ้น ทั้งนี้วีซ่ายังช่วยเพิ่มช่องทางด้านการชำระเงินให้กับห้างร้านที่เข้าร่วม และธนาคาร ผู้ออกบัตรวีซ่า เดบิตโดยการเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านเครือข่ายที่มีความน่าเชื่อถือและ เป็นที่รู้จักภายใต้สัญลักษณ์วีซ่า
นอกเหนือจากของสมนาคุณแล้ว โปรแกรมอีกส่วนหนึ่งที่ทางวีซ่าได้เตรียมไว้ คือการเดินสายโรด์โชว์เพื่อเผยแพร่ประโยชน์ของบัตรเดบิตให้ผู้บริโภค และผู้ที่ต้องการ สมัครบัตร visa เข้าใจมากยิ่งขึ้นซึ่งร่วมไปถึงการเป็นตัวช่วยด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคลและ ความแพร่หลายของบัตรวีซ่า เดบิตที่เป็นที่ยอมรับในสากล


          การขอ สินเชื่อ จากสถาบันการเงินในปัจจุบันกลายเป็นที่นิยมจากบุคคลทั่วไปรวมถึงผู้ประกอบกิจการก็นำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพราะสินเชื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน โดยรูปแบบของสินเชื่อมีทั้งแบบลอยตัวและคงที่ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เมื่อเราต้องการกู้สินเชื่อเพื่อแบ่งเบาภาระ เช่น การกู้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ หรือใช้เป็นเครดิตในการซื้อสินค้าและบริการ
สินเชื่อมาตรฐาน ชนิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
สินเชื่อ ประเภทนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยไม่คงที่ตลอดระยะเวลาการกู้ โดยมีระยะเวลาการกู้สูงสุด 30 ปี
ข้อดี อัตราดอกเบี้ยจะลดลง จากยอดการชำระคืน โดยที่เงินกู้ก็จะลดลงตามไปด้วย หากชำระเงินกู้คืนครบก่อนกำหนดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน)
ข้อเสีย อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย (จึงไม่เป็นประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น)
สินเชื่อ ชนิดอัตราดอกเบี้ยคงที่
สินเชื่อประเภทนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดช่วงระยะเวลาตามข้อตกลง จะช่วยให้ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณไม่ต้องเพิ่มขึ้น หากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ตามสัญญา คุณจะเสียผลประโยชน์ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยลดลง เพราะยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณจะไม่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ย
ข้อดี อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น จากยอดการชำระคืน โดยที่เงินกู้ของคุณจะไม่สูงขึ้นตามไปด้วย
ข้อเสีย อัตราดอกเบี้ยต่ำลง จากยอดการชำระคืน โดยเงินกู้ของคุณจะไม่ต่ำลงตามไปด้วย ไม่มีความยืดหยุ่นมากนัก
สินเชื่อ ชนิดแบบผสม
สินเชื่อ ประเภทนี้โดยส่วนมากจะเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรกเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มีความสนใจในอัตราดอกเบี้ยที่สามารถได้ทั้งแบบอัตราคงที่หรือแบบมีคงระดับเพดาน แต่อัตราดอกเบี้ยต่ำจะสามารถใช้ได้เพียงช่วงแรกก่อนที่จะต้องเปลี่ยนไปเป็น แบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งอาจะสูงหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่เดิมก็ได้
ข้อดี ส่วนใหญ่จะเป็นข้อเสนอที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อดึงดูดลูกค้าในช่วงแรก หากการชำระคืนเงินกู้อยู่ในช่วงที่ใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรก จะสามารถลดเงินต้นลงได้อย่างรวดเร็ว
ข้อเสีย จากยอดการชำระคืนเงินกู้จะเพิ่มขึ้นหลังจากใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว

 

By CreditOnHand


บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า และ บัตรสินเชื่อเทสโก้ โลตัส พรีเมียร์ให้โชค ลุ้นรับไอโฟน5 100เครื่อง
กรุงเทพฯ, 22 มกราคม 2556 – มร. ไซม่อน แรนสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เทสโก้ คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า และบัตรสินเชื่อเทสโก้ โลตัส พรีเมียร์ ประกาศจัดรายการส่งเสริมการขาย “คุ้มสุดขีด ใช้ทุกวัน แจกทุกวัน ไอโฟน 5 100 วัน 100 เครื่อง” โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนและใช้จ่ายผ่านบัตร 1,500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ หรือผ่อนชำระสินค้า หรือเบิกถอนเงินสดผ่านบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า หรือบัตรสินเชื่อเทสโก้ โลตัส พรีเมียร์ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในระหว่างวันที่ 19 มกราคมถึง 28 เมษายน 2556 จะได้รับสิทธิ์ชิงรางวัลโทรศัพท์มือถือไอโฟน5 จำนวน 100 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 2.4 ล้านบาท ลงทะเบียนร่วมรายการที่ www.tescolotusmoney.com และประกาศรายชื่อผู้โชคดีทางเว็บไซด์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า 1712

ขอบคุณข้อมูล: matichon.co.th ลงวันที่ 26-01-2013 By CreditOnHand

            เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มกราคม ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กลุ่มองค์การพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ (ภาคประชาชน) นำโดยนายวีระศักดิ์ อุปถัมภ์ ผู้อำนวยการพิทักษ์สิทธิฯ และคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 (เครดิตบูโร) เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 43 และมาตรา 84(5) หรือไม่

             นายวีระศักดิ์กล่าวว่า หลังจากที่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูลเครดิตมา 10 ปี เห็นว่า พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตฯ ทำให้ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิบันทึกข้อมูลอยู่ในระบบแบล๊กลิสต์ รวม 20 ล้านคน โดยเฉพาะข้าราชการครู แยกได้ 7 ประเภท ดังนี้ 1.ก่อนที่สถาบันการเงินปิดตัวลงช่วงปี 2540-2545 ทำให้กลุ่มผู้ใช้สินเชื่อไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ และส่งผลให้ประวัติการชำระหนี้ไม่ต่อเนื่องผิดเงื่อนไข 2.ธุรกิจประสบภาวะขาดทุนช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ จึงต้องปิดกิจการ กิจการถูกยึด ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ เพราะถูกจำกัดเรื่องการกู้เงิน 3.อุทกภัย อัคคีภัย ภัยพิบัติ การชุมนุมต่างๆ ส่งผลให้กิจการธุรกิจที่อยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวต้องปิดตัวลง ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้
นายวีระศักดิ์กล่าวต่อว่า 4.ปัญหาจากบัตรเครดิตที่ตามมา อาทิ ค่าธรรมเนียมจากการชำระหนี้ ค่าปรับชำระผิดเงื่อนไข บัตรสูญหาย การเลิกใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้ชำระหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด การไม่ได้แจ้งยกเลิกการใช้บัตรกับธนาคารเจ้าของบัตร ทำให้เกิดหนี้ค้างชำระโดยไม่ได้ตั้งใจและเสียประวัติไปโดยปริยาย 5.เกษตรกรทั้งประเทศประมาณ 10 ล้านคน เป็นบุคคลติดเครดิตบูโร เพราะผิดเงื่อนไขการชำระหนี้ 6.กองทุนเพื่อการศึกษาที่ให้นักศึกษากู้ผ่านธนาคาร เมื่อจบการศึกษาส่วนใหญ่ไม่สามารถชำระหนี้ได้และถูกดำเนินคดี ทำให้ธนาคารได้ส่งข้อมูลให้บริษัทข้อมูลเครดิตฯ ว่าประวัติเสีย และ 7.ผู้ค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ก็ต้องติดเครดิตบูโร ทำให้ประวัติเสียไปด้วย

              ทั้งนี้ ปัญหาข้างต้น ส่งผลให้เกิดประชาชนที่ติดเครดิตบูโรไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสถาบันการเงินในระบบได้ เงินกู้นอกระบบเพิ่มขึ้น สร้างปัญหาให้กับบุคคลที่ใช้บริการ นักศึกษาที่กู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้ ขณะที่ปัญหาสังคมที่ส่วนหนึ่งเกิดจากครอบครัวติดเครดิตบูโร ต้องทำอาชีพที่ผิดกฎหมายเพื่อหาเงินมาชำระหนี้ และเงินหมุนเวียนในประเทศส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ เพราะติดอยู่ในระบบเครดิตบูโร จากประชาชน 20 ล้านคน ดังนั้น การประมาณการรายได้ประชาชนจึงคลาดเคลื่อนอยู่เสมอ จึงขอให้ผู้ตรวจการฯเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเสียรายได้ไปมากกว่านี้

                บัตรเครดิตอีกหนึ่งสิ่งสำคัญมากถึงมากที่สุดสำหรับคนเมือง หลายคนมีหลายใบเต็มกระเป๋าไปหมด อยากได้อะไรอย่าได้กลัวจน แค่รูดๆๆๆ ก็ได้ดั่งใจแล้ว แต่อย่าตกใจ ตี๋ เอเอฟ ไม่เคยพกบัตรเครดิต ไม่เคยรูดปรี๊ดๆ เลยสักครั้งเดียว ไม่ใช่ติดแบล็กลิสต์ แล้วทำไม่ตี๋สุดหล่อถึงไม่พกบัตรเครดิตนะ
ดาราหลายๆ คนก็นอยด์อนาคตเนอะ ต้องไปหาบริษัททำประกันโน่น นั่น นี่ เยอะแยะไปหมดเลย สำหรับตี๋ล่ะคะ ทำประกันชีวิตไว้บ้างไหม? “เหมือนป๋าจะดูแลให้ เรื่องแบบนี้ผมไม่รู้เรื่อง ป๋าจะจัดการให้” ทำกี่ที่จ๊ะ? “อันเดียวพอแล้ว ก็มีไปฝากกองทุนให้…บัตรเครดิตผมยังไม่มีเลย (ยิ้ม)” อะไรกัน! จริงเหรอ! ตี๋ไม่มีบัตรเครดิตใช้ จะเชื่อดีไหมเนี่ย? “ไม่รู้ว่าป๋าทำให้ผมรึเปล่า แต่ผมไม่เคยใช้เลยนะ (เน้นเสียง) อะไร ยังไง รหัสตัวไหนไม่รู้เรื่องเลย ไม่รู้ป๋าทำให้รึเปล่า แต่ว่าผมไม่ได้เก็บเอาไว้ ผมยังไม่รู้เลยว่ายังไงดี ใช้ยังไง ไม่รู้เลย ต้องให้เขาสอนก่อน ไม่รู้อ่ะ” ฟังนะคะ ก็ไปที่ตู้เอทีเอ็ม เสียบบัตร กดรหัส รอรับเงินนะ? “เหรอ (ยิ้มแฉ่ง)”
อ้าว! แล้วเวลาเงินช็อตเงินฉุกเฉินล่ะทำไงล่ะ มีพกติดตัวสักบัตรสองบัตรให้อุ่นใจก็น่าจะดีนะ? “ถ้าจะใช้เหรอ สมมติว่าตังค์ในกระเป๋าหมด ก็ไปขอกับป๊า หม่าม้าขอหน่อย 3 พันๆ อะไรอย่างงี้ (ยิ้มกว้าง) ถ้ามองในแง่ดีการไม่มีบัตรเครดิต ก็ไม่ทำให้เราใช้เงินฟุ่มเฟือยจนเกินไป ก็ดีนะ”.
ขอขอบคุณข้อมูล: thairath.co.th ลงวันที่ 12-01-2013 By CreditOnHand

              ธ.ก.ส.ฟุ้งชาวนาแห่ขอทำบัตรรูดปรื๊ดทะลัก 2.7 ล้านราย หลังเดินเครื่องแจกจ่ายแล้ว 1.6 ล้านราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 2.9 หมื่นล้านบาท เล็งขยายไปพืชเกษตรชนิดอื่น

             นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีชาวนาทั่วประเทศมายื่นคำขอเพื่อทำบัตรเครดิตกับ ธ.ก.ส.ถึง 2.7 ล้านราย เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ 2 ล้านราย ซึ่ง ธ.ก.ส.จะเร่งแจกจ่ายบัตรเครดิตให้ครบ 2 ล้านรายภายในเดือน มี.ค.2556 นี้ จากขณะนี้ส่งบัตรเครดิตไปยังสาขา ธ.ก.ส.เพื่อแจกจ่ายไปยังชาวนาแล้ว 1.14 ล้านบัตร จากจำนวนที่อนุมัติ 1.6 ล้านราย

            “ไทยมีชาวนา 3.4 ล้านราย จากจำนวนคำขอทำให้เห็นว่าชาวนาให้ความสนใจบัตรเครดิตกันมาก หลังจากนี้คงต้องมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าคำขอที่ยื่นมา 2.7 ล้านรายนั้น ผ่านคุณสมบัติหรือไม่ ถ้าผ่านคุณสมบัติสามารถจ่ายบัตรเครดิตให้มากกว่า 2 ล้านใบได้ เนื่องจาก นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.การคลัง ต้องการให้ขยายบัตรออกไปเป็น 4 ล้านใบ” นายสุพัฒน์กล่าว
ทั้งนี้ จากจำนวนบัตรที่อนุมัติไปแล้ว 1.6 ล้านใบ คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 2.9 หมื่นล้านบาท มีชาวนานำบัตรไปรูดซื้อวงเงินไปแล้ว 2,193 ล้านบาท มีการชำระสินเชื่อเข้ามาแล้ว 202 ล้านบาท โดยยังไม่พบความเสียหายจนเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)
นายสุพัฒน์กล่าวว่า ธ.ก.ส.เตรียมขยายบัตรเครดิตให้ครอบคลุมเกษตรกรในกลุ่มอื่น เช่น ชาวนา ชาวไร่ แต่ธนาคารอยากทำด้วยความรอบครอบและติดตามประเมินผลของบัตรรอบแรกที่ออกไปว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคาดว่าการแจกจ่ายบัตรหลังจาก 2 ล้านใบ จะขยายไปยังชาวไร่มันสำปะหลัง ชาวไร่ข้าวโพด ชาวสวนยาพารา และชาวสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักและครอบคลุมเกษตรกรทั่วประเทศ.
ขอขอบคุณข้อมูล: thaipost.net ลงวันที่ 5-1-2013 By CreditOnHand

หมวดหมู่
คำค้นยอดนิยม
Facebook